top of page
ค้นหา

วิธีการเลือกซื้อกล้องมือสอง

อัปเดตเมื่อ 27 เม.ย. 2564




กล้องมือสองเป็นที่นิยมกันมาก เพราะราคาไม่แพงหาซื้อได้ง่าย แน่นอนว่าพอเป็นของมือสองก็ต้องมีสภาพที่แตกต่างกันออกไป ก่อนจะซื้อกล้องมือสองเราต้องเช็คอะไรบ้าง ดูอะไรบ้าง ในบทความนี้จะแนะนำวิธีการเลือกซื้อกล้องมือสอง สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่ไม่มีความรู้เรื่องกล้อง ก็สามารถเอาไปเป็นแนวทางได้



1. สภาพภายนอกของกล้อง การซื้อของมือสองอันดับแรกต้องดูจากรูปลักษณ์ภายนอก เบื้องต้นไม่ควรมีตำหนิหนัก ๆ เช่นรอยแตกของกล้อง จอแตก เลนส์แตก หรือความเสียหายภายนอกที่มองเห็น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องสวย 100% ไม่มีร่องรอยอะไรเลย เพราะของมือสองต้องผ่านการใช้งานมาแล้ว ทำให้เกิดริ้วรอยหรือตำหนิจากการใช้งาน อีกจุดที่ต้องเช็คคือยางที่หุ้มรอบกล้อง ในสภาพปรกติจะต้องปิดแนบสนิท ไม่ลอก ไม่บวม หรือพองออกมา แต่ถ้าผ่านการใช้งานมานาน อาจจะมีการลอก การบวม หรือมีคราบขาวขึ้นในส่วนที่เป็นยางสีดำ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อ ว่าสภาพกล้องภายนอกที่เห็น กับราคาที่ผู้ขายตั้งเอาไว้ว่ามันเหมาะสมกันแค่ไหน เพราะส่วนนี้ไม่ได้มีผลต่อภาพถ่าย



2. สภาพภายในของกล้อง เราไม่สามารถแกะกล้องเพื่อเช็คสภาพวงจรภายในได้ แต่ภายในของกล้องในส่วนที่เราสามารถเช็คด้วยตัวเองได้มากที่สุดคือพวกช่องใส่แบต ช่องเมม หน้าเซ็นเซอร์ วิธีเช็คเบื้องต้นเริ่มจากการเปิดฝาช่องใส่แบต ช่องใส่เมม เช็คว่าไม่มีคราบสกปรก คราบขี้เกลือ ขั้วต่อหน้าสัมผัสทองเหลืองสีเงาสวย ในกรณีกล้องที่สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ ให้ลองถอดเลนส์ออกเปิดเซ็นเซอร์เช็ค สภาพของเซ็นเซอร์ต้องเงาสวย ไม่มีรอยด่างรอยลอก ไม่มีคราบ ไม่มีฝุ่น ไม่มีเชื้อรา จุดนี้สำคัญเพราะว่าถ้าเซ็นเซอร์มีรอย หรือมีเชื้อรา จะส่งผลต่อภาพถ่ายโดยตรง ทำให้เกิดจุดหรือรอยตำหนิในภาพ



3. ระบบต่าง ๆ ของกล้อง จากการเช็คสภาพแล้วส่วนที่สำคัญอีกส่วนคือการเช็คระบบการทำงานของกล้อง โดยเริ่มจากการเปิดกล้อง กล้องทำงานปรกติ หน้าจอของกล้องแสดงผลปรกติ ขอบจอไม่ดำ หน้าจอสีปรกติไม่ด่าง ภาพไม่ลาย ทดลองไล่กดปุ่มต่าง ๆ บนกล้อง ว่ากดแล้วปุ่มทำงานสั่งงานได้ เปลี่ยนโหมดได้ จากนั้นลองทดสอบใส่เมมโมรี่เพื่อถ่ายรูป วิธีการเทสการถ่ายแบบง่ายคือเปิดโหมดอัตโนมัติโหมดใดก็ได้ หันกล้องไปหาแสงสว่างแล้วถ่ายรูปต่อเนื่องมุมเดิมประมาณ 10-20 รูป ในสภาพปรกติ รูปจะต้องมีโทนสีและความสว่างใกล้เคียงกันทุกรูป ไม่มีรูปใดรูปหนึ่งมืดหรือสว่างเกินไป จากนั้นลองถ่ายไปยังมุมอื่นที่ระยะใกล้ ไกลต่างกัน สลับกันไปมา เพื่อทดสอบว่าระบบโฟกัสทำงานได้ดี



4. อายุการใช้งาน เมื่อสนใจจะซื้อกล้องรุ่นไหน ให้ลองดูปีที่วางขายของกล้องรุ่นนั้น จะสามารถคาดการณ์อายุคร่าว ๆ ของกล้องได้ ซึ่งกล้องอายุเยอะ ๆ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่ดี ต้องดูเรื่องจำนวนชัตเตอร์ประกอบกันด้วยว่ากล้องใช้งานมาหนักแค่ไหน ชัตเตอร์ที่จะเช็คหมายถึงจำนวนการถ่ายภาพ ในรุ่นที่สามารถเช็คได้ทางผู้ขายส่วนใหญ่จะเช็คก่อนที่จะนำกล้องออกมาขายอยู่แล้ว ให้สอบถามจากผู้ขายได้เลยว่ากล้องถูกถ่ายไปแล้วกี่รูป ซึ่งจำนวนชัตเตอร์ของกล้องแต่ละรุ่นก็อาจจะมีผลต่างกันตามประสิทธิภาพของกล้องเช่น ในกล้องรุ่นเล็ก ชัตเตอร์ 50,000 ครั้งอาจจะถือว่าเยอะ แตกต่างกับกล้องรุ่นโปรที่ชัตเตอร์ 50,000 เท่ากันอาจจะถือว่าน้อยมากสำหรับกล้องรุ่นนั้น ๆ ในส่วนนี้ต้องลองคุยรายละเอียดกับผู้ขาย



5. แหล่งที่มาของกล้อง ถ้าซื้อกล้องจากผู้ใช้ทั่วไป ซื้อต่อกันเอง ซื้อจากคนรู้จักคงจะไม่มีปัญหาอะไรมาก แค่ต่อรองราคาตามสภาพที่เห็น ตามความพอใจทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย แต่ถ้าซื้อกล้องจากพ่อค้าแม่ค้าหรือร้านขายกล้องมือสองโดยตรง ตัวกล้องอาจมีการเช็คและตรวจสอบจากช่างผู้ชำนาญมาก่อน เพราะในมุมของร้านก่อนจะรับซื้อกล้องเข้ามาขาย ต้องมีการตรวจเช็คสินค้าอย่างละเอียด แบบนี้ถ้าเราเป็นผู้ซื้อมือใหม่ก็สบายใจได้เพราะทางร้านเองก็เช็คให้เราก่อนแล้ว และ ข้อดีการซื้อกล้อง จากร้านขายกล้องมือสองที่มีหลักแหล่งส่วนใหญ่จะได้รับการดูแลการเซอร์วิสและบริการจากทางร้านนั้น ๆ อีกด้วย



จะเห็นได้ว่าทั้งหมดเป็นเพียงการเช็คกล้องมือสองโดยทั่วไป ไม่ได้มีการเอ่ยถึงราคากลาง หรือราคากล้องมือสองรุ่นใดรุ่นหนึ่ง เพราะของมือสองกับราคา เป็นเรื่องของความพึ่งพอใจล้วน ๆ สำหรับมือใหม่ ต้องถามตัวเองก่อนว่าจะซื้อไปถ่ายอะไร ต้องการภาพแบบไหน จากนั้นค่อยโฟกัสว่าจะเลือกซื้อกล้องประเภทไหน รุ่นอะไร เพื่อให้ตรงกับความต้องการ ก่อนการซื้อกล้องควรหาข้อมูลกล้องในรุ่นที่เราสนใจก่อนในเบื้องต้น เพราะในบางครั้ง กล้องบางรุ่นที่มีคนอื่นบอกว่าดี อาจจะไม่ได้เหมาะกับเรา หรือ แนวการถ่ายภาพของเราก็ได้

ความคิดเห็น


  • Facebook
  • YouTube - วงกลมสีขาว
  • Instagram
  • Twitter - วงกลมสีขาว
  • ติ๊กต๊อก

© 2020 by Camera Cleanup

The best quality service since 2010

bottom of page